สื่อการเมือง เลือกข้าง เลือกสี แบบมีเหตุผล...ที่ไม่สนับสนุนความรุนแรง ตามสไตล์ของ...ผู้ดูแลบล็อก **ได้เนื้อหาสาระ ไปทางคลิปภาพ+เสียง มากกว่าข้อความยาวๆ (อ่านแล้วง่วง) ผสมกับความบันเทิง ทำให้ไม่เครียดหรือหนัก จนเกินไป** ----------หมายเหตุ..คลิปบันเทิง Entertainment เลื่อนลงไปล่างสุด ของบล็อกเลยค่ะ----------
วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
จดหมาย"ทักษิณ"ล่าสุด!จาก"ดูไบ" ว่าด้วย พ.ร.ฎ.อภัยโทษ-ปรองดอง และขอให้อภัยลืมเรื่องเก่า..
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนว่า ในเฟซบุ๊กของนายนพดล ปัทมะ ในชื่อ Noppadon Pattama ทนายความประจำตระกูลชินวัตร ผู้แทนทางกฎหมายในประเทศไทยของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์รูปภาพ จดหมายซึ่งเขียนด้วยลายมือใส่กระดาษ ที่อ้างว่า เขียนโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยระบุเน้นย้ำอยากให้คนในชาติสามัคคีปรองดอง ฝ่าฟันภัยธรรมชาติน้ำท่วมไปให้ได้ รวมถึงปฏิเสธเรื่องการออกพ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษของรัฐบาลเพื่อตัวเอง โดยมีเนื้อหาดังนี้
ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิไมเรตส์
20 พฤศจิกายน 2554
พี่น้องไทยที่เคารพรัก
เนื่องด้วยขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤตจากปัญหาน้ำท่วม ผมเป็นห่วงและต้องการให้ประเทศและพี่น้องประชาชนผ่านพ้นวิกฤตโดยเร็ว ซึ่งต้องการความสามัคคีปรองดองภายในชาติ จึงจะร่วมกันฟันฝ่าภัยธรรมชาติในครั้งนี้ได้ ผมขอสนับสนุนทุกมาตรการที่จะนำไปสู่ความปรองดองในชาติและไม่อยากเห็นความพยายามใดๆที่จะทำให้บรรยากาศนี้เสียหาย และผมพร้อมที่จะเสียสละความสุขส่วนตัวทั้งๆที่ผมไม่ได้รับความเป็นธรรมมากว่า 5 ปีแล้ว เพื่อพี่น้องประชาชนผมจะอดทน
จากการเสนอพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษประจำปี ซึ่งปีนี้เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระเจริญพระชนมายุครบ 84 ปี จึงมีข่าวว่า อาจจะมีผมรวมอยู่ด้วย ผมมั่นใจในหลักการที่ว่ารัฐบาลจะไม่ทำการใดๆที่ให้ประโยชน์แก่ผมหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นการเฉพาะ ยิ่งไปกว่านั้นการกระทำใดๆในช่วงนี้ ต้องเป็นไปเพื่อนำประเทศสู่ความปรองดองและฝ่าฟันวิกฤตจากภัยธรรมชาติน้ำท่วมใหญ่เท่านั้น
อีกทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงพระประชวรอยู่ เราต้องไม่ทำให้พระองค์ทรงหนักพระราชหฤทัยเป็นอันขาด กระผมก็มั่นใจว่า ท่านนายกฯของเรามีแนวคิดและความตั้งใจเช่นเดียวกันกับผม
สำหรับพี่น้องที่สนับสนุนผม ห่วงใยผม ก็ขออย่าได้ผิดหวังเพราะเมื่อแสงแห่งธรรมปรากฎ ทุกอย่างจะจบเอง เพราะบ้านเมืองจะอยู่ในภาวะขัดแย้ง อย่างนี้ตลอดไปไม่ได้
ท้ายนี้ ผมขอเรียกร้องทุกฝ่ายที่รักชาติบ้านเมืองจริง ต้องรู้จักคำว่า "FORGIVE AND FORGET"คือรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน ลืมเรื่องเก่าๆ เข้าสู่มิติใหม่ของวันพรุ่งนี้เพื่อบ้านเมืองและลูกหลานเราครับ
ด้วยความเคารพรักและคิดถึง
ทักษิณ ชินวัตร
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1321761628&grpid=00&catid&subcatid
http://www.thairath.co.th/content/pol/217861
วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ชมภาพชุด "ยิ่งลักษณ์" สปีค อิงลิช กับ "บารัก โอบามา"
ตากล้องหลายสำนักข่าว จับภาพการพบปะทักทายระหว่างบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย ณ เวทีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน โดยที่ฝ่ายหลังเพิ่งถูกตั้งข้อสังเกตถึงความสามารถในการ "สปีค อิงลิช" ที่อาจอยู่ในระดับ "สเนกๆ ฟิชๆ" อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากรูปถ่าย ดูเหมือนยิ่งลักษณ์กับโอบามาจะสนทนากันพอรู้เรื่องอยู่ และหลักฐานของการสนทนาหารือดังกล่าว ก็ปรากฏอยู่ในเนื้อข่าวด้านล่างนี้
เมื่อ 19 พ.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบปะหารือกับนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่เกาะบาหลี อินโดนีเซีย มีประเด็นเรื่องการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม และเน้นย้ำในเรื่องที่ไทยก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
เอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีโอบามากล่าวแสดงความยินดีกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในชัยชนะของการเลือกตั้งที่เป็น "แรงบันดาลใจ" ส่วนกรณีที่ไทยประสบอุทกภัยร้ายแรงจนมีผู้เสียชีวิตเกือบ 600 รายนั้น ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า "เราจะขยายความช่วยเหลือให้ไทยเท่าที่ทำได้ สหรัฐฯ และไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดในมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหยื่อในอุทกภัยครั้งนี้"
สำหรับการหารือทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯกับไทย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศของไทย ซึ่งเข้าร่วมด้วยเปิดเผยว่า มีการหารือถึงเรื่องความร่วมมือในการป้องกันอาวุธร้ายแรง ที่จะต้องตรวจค้นและป้องกัน
นอกจากนี้ยังมีเรื่องความร่วมมือเรื่องการศึกษา ซึ่งสหรัฐฯ เสนอที่จะให้ความช่วยเหลือในการส่งคนมาฝึกอบรมด้านภาษาต่างประเทศให้กับประเทศในอาเซียน ซึ่งรวมถึงไทย ขณะเดียวกันยังพูดคุยเรื่องประชาธิปไตยที่สหรัฐฯ สนับสนุน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1321713102&grpid=03&catid&subcatid
CNN November 19, 2011 Obama declares Asia-Pacific trip a success.
Obama's last appointment Saturday before leaving for Washington was a meeting with Thailand's first woman prime minister, Yingluck Shinawatra.
Obama congratulated Shinawatra on her "inspirational" election win, and offered condolences and assistance to those affected by the flooding in Thailand.
He also described Thailand as one of America's oldest allies and spoke of the two nations' great friendship. When Shinawatra expressed her regret at not having visited the United States, Obama responded by inviting her to Hawaii.
http://edition.cnn.com/2011/11/19/world/asia/thailand-obama/index.html
วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ยิ่งลักษณ์ ASEAN Summit 18 11 54
18 พ.ย.54 เวลา 08.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน - จีน สมัยพิเศษ และพิธีเปิดศูนย์อาเซียน-จีน ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้นำ 10 ชาติอาเซียน และนายเหวิ่น เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีจีน
** นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้กล่าวสนับสนุนข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Declaration on the Conduct of Parties in the South China Sea: Doc) และแสดงความมั่นใจว่า ความสำเร็จดังกล่าวจะช่วยต่อยอดความร่วมมืออาเซียนกับจีน
** นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้จีนพิจารณาตั้งกองทุนพิเศษ (A special fund) ภายใต้กองทุนความร่วมมืออาเซียน-จีน เพื่อให้เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีนใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยประเทศไทยได้ยืนยันว่าจะใช้โอกาสนี้ ทำงานร่วมกับจีนเพื่อผลักดันความเชื่อมโยงภายในภูมิภาคตามแนวระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ (The North - South Economic Corridor) เพื่อพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจ และขีดความสามารถของชุมชนธุรกิจ และหอการค้าในแนวบริเวณดังกล่าว
** ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ ผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ชาติ ได้เข้าร่วมพิธีเปิดศูนย์อาเซียน-จีน ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้แสดงความยินดีต่อการเปิดศูนย์อาเซียน-จีนอย่างเป็นทางการ
(ข้อมูลจากเว็ปรัฐบาลไทย / ขอบคุณภาพจาก REUTERS/เว็ปรัฐบาลไทย)
วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
H.E. Mrs. Hillary Rodham Clinton รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
Yingluck Shinawatra
รัฐบาลไทย ยินดีที่จะได้ร่วมงานกับสหรัฐฯอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีและพหุภาคีที่อยู่ในความสนใจร่วมกันในภูมิภาค
และสำหรับ ปัญหาภัยธรรมชาติที่ได้เพิ่มความถี่และทวีความรุนแรงขึ้นทั้งในภูมิภาคนี้และในที่อื่นๆ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเทศสหรัฐ ดได้หารรือถึงการให้ความร่วมมือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ในการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยใช้ท่าอากาศยานอู่ตะเภาสำหรับการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ เพื่อให้สามารถจัดส่งหน่วยบรรเทาภัยพิบัติลงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว กรณีเกิดภัยพิบัติในภูมิภาค การจัดทำแนวทางปฏิบัติงานและการเพิ่มศักยภาพและเตรียมความพร้อมในด้านการบรรเทาภัยพิบัติ ซึ่งไทยยืนยันความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนกับสหรัฐฯ ในความร่วมมือที่สำคัญยิ่งนี้
นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติและภริยา
เยือนประเทศไทยในฐานะแขกของรัฐบาลไทย
ตามคำเชิญของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
การเดินทางเยือนประเทศไทยของเลขาธิการสหประชาชาติครั้งนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือในสาขาต่างๆ ระหว่างรัฐบาลไทยกับสหประชาชาติ ทั้งยังเป็นโอกาสเพื่อให้เลขาธิการสหประชาชาติได้ทราบถึงสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทย และร่วมกันหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาจากภัยธรรมชาติ อันเป็นผลมาจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Changes) ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นภัยคุกคามทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก
รัฐบาลไทย ยินดีที่จะได้ร่วมงานกับสหรัฐฯอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีและพหุภาคีที่อยู่ในความสนใจร่วมกันในภูมิภาค
และสำหรับ ปัญหาภัยธรรมชาติที่ได้เพิ่มความถี่และทวีความรุนแรงขึ้นทั้งในภูมิภาคนี้และในที่อื่นๆ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเทศสหรัฐ ดได้หารรือถึงการให้ความร่วมมือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ในการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยใช้ท่าอากาศยานอู่ตะเภาสำหรับการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ เพื่อให้สามารถจัดส่งหน่วยบรรเทาภัยพิบัติลงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว กรณีเกิดภัยพิบัติในภูมิภาค การจัดทำแนวทางปฏิบัติงานและการเพิ่มศักยภาพและเตรียมความพร้อมในด้านการบรรเทาภัยพิบัติ ซึ่งไทยยืนยันความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนกับสหรัฐฯ ในความร่วมมือที่สำคัญยิ่งนี้
นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติและภริยา
เยือนประเทศไทยในฐานะแขกของรัฐบาลไทย
ตามคำเชิญของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
การเดินทางเยือนประเทศไทยของเลขาธิการสหประชาชาติครั้งนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือในสาขาต่างๆ ระหว่างรัฐบาลไทยกับสหประชาชาติ ทั้งยังเป็นโอกาสเพื่อให้เลขาธิการสหประชาชาติได้ทราบถึงสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทย และร่วมกันหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาจากภัยธรรมชาติ อันเป็นผลมาจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Changes) ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นภัยคุกคามทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

















































